ไวน์ขาว
Uncategorized

แนะนำพันธ์องุ่นทานง่าย สำหรับไวน์ขาว

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

แนะนำพันธ์องุ่นทานง่าย สำหรับไวน์ขาว และไวน์ขาวยอดนิยม

“ไวน์ขาว” เป็นเครื่องดื่มที่นักดื่มที่ชื่นชอบการดื่มไวน์น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะว่าไวน์ขาวนั้นมักจะนิยมผลิตมาจากสายพันธุ์องุ่นชั้นดี ที่ผ่านกระบวนการเพาะปลูกมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การเลือกพื้นที่ในการเพาะปลูก การบำรุงดูแล และขั้นตอนในการเก็บเกี่ยวต่างๆ เพื่อให้ได้องุ่นขาวที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อการผลิตไวน์ขาว ก่อนนำมาหมักบ่มตามเทคนิคเฉพาะของแต่ละแบรนด์ จนได้ไวน์ขาวที่มีรสชาติที่ดื่มง่าย รสสัมผัสนุ่มละมุน และกลิ่นที่มีความหอมหวานขององุ่นอย่างชัดเจน จึงทำให้ไวน์ขาวนั้นเป็นอีกตัวเลือกเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักดื่มไม่แพ้กับไวน์แดง ดังนั้น ในบทความนี้จึงจะพานักดื่มไปทำความรู้จักกับไวน์ขาวกันมากขึ้น พร้อมแนะนำสายพันธุ์องุ่นที่นิยมนำมาหมักบ่มไวน์ขาว และแนะนำไวน์ขาวที่ผลิตมาจากองุ่นแต่ละสายพันธุ์ เพื่อช่วยให้นักดื่มได้เลือกไวน์ขาวดีๆ สักตัวเก็บไว้ในลิสต์ ที่จะซื้อเป็นของขวัญก็ดี หรือจะซื้อมาดื่มเองก็ได้

1. ทำความรู้จักกับ “ไวน์ขาว” สาเหตุที่ทำให้เป็นที่นิยมของนักดื่มที่ชื่นชอบการดื่มไวน์

ไวน์ขาว (White Wine) คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ผลิตมาจากองุ่นขาว หรือองุ่นแดงที่จะไม่นำส่วนเปลือกมาใช้ เพื่อให้ได้ไวน์ที่มีสีขาวจนถึงสีเหลืองทอง โดยองุ่นขาวที่นิยมนำมาใช้การผลิตไวน์ขาวนั้นจะเป็นองุ่นสายพันธุ์ปิโนต์ กริจิโอ (Pinot Grigio), โซวีญง บลองก์ (Sauvignon Blanc), ชาดอนเนย์ (Chardonay), มอสคาโต้ (Moscato) และโปรเซคโก้ (Prosecco) ซึ่งองุ่นขาวแต่ละสายพันธุ์นั้นก็จะมีต้นกำเนิดที่แตกต่างกัน มีลักษณะของผล และลักษณะของไวน์ขาวที่ผลิตมาจากองุ่นขาวที่แตกต่างกัน ทำให้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของไวน์ขาวแต่ละขวดแตกต่างกันออกไป และสามารถบ่งบอกได้ถึงแบรนด์ผู้ผลิต และส่วนใหญ่ไวน์ขาวก็จะมักจะมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวาน นุ่มละมุน มีความครีมมี่ และความสดชื่น รวมถึงมี Body, Acidity และ Tannin ให้เลือกหลากหลายแบบ ทำให้ไวน์ขาวนั้นมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความดื่มง่าย สามารถนำไปดื่มได้ทั้งในมื้ออาหารสุดพิเศษ หรือในโอกาสพิเศษต่างๆ ก็ได้ และเหมาะสำหรับนักดื่มมือใหม่ และนักดื่มที่ชื่นชอบการดื่มไวน์เป็นอย่างมาก และด้วยความที่ดื่มง่าย คล่องคอ สามารถดื่มได้เรื่อยๆ แบบไม่มีเบื่อ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ไวน์ขาวนั้นเป็นที่นิยมของสายดื่มที่ชื่นชอบการดื่มไวน์นั่นเอง

2. แนะนำ 5 สายพันธุ์องุ่นชั้นดีที่นิยมนำมาผลิตไวน์ขาวสุดพรีเมียม

สำหรับสายพันธุ์องุ่นชั้นดีที่นิยมนำมาผลิตไวน์ขาวนั้นมีทั้งหมด 5 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ปิโนต์ กริจิโอ (Pinot Grigio), สายพันธุ์โซวีญง บลองก์ (Sauvignon Blanc), สายพันธุ์ชาดอนเนย์ (Chardonay), สายพันธุ์มอสคาโต้ (Moscato) และสายพันธุ์โปรเซคโก้ (Prosecco) โดยแต่ละสายพันธุ์ที่นำมาผลิตไวน์นั้นก็จะให้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะพานักดื่มไปดูกันว่าแต่ละสายพันธุ์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และนำไปผลิตเป็นไวน์ขาวยอดนิยมรุ่นไหนบ้าง ดังนี้

2.1 ปิโนต์ กริจิโอ (Pinot Grigio)

ไวน์ขาว

ปิโนต์ กริจิโอ (Pinot Grigio) หรือที่หลายๆ คนรู้จักกันในชื่อว่า Pinot Gris เป็นองุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากองุ่นสายพันธุ์ Pinot Noir ที่มีผลขนาดกลาง มีเปลือกบางกว่าองุ่นขาวสายพันธุ์อื่นๆ และมีสีเปลือกเป็นสีชมพูถึงสีม่วงเข้ม ที่ดูแล้วเหมือนจะเป็นองุ่นแดง แต่ความจริงนั้นองุ่นสายพันธุ์นี้เป็นองุ่นขาวที่มีเปลือกสีเหมือนองุ่นแดงเท่านั้น โดยองุ่นขาวสายพันธุ์ปิโนต์ กริจิโอนั้นนิยมปลูกในประเทศอิตาลี สามารถพบได้บ่อยในไวน์ที่ผลิตมาจากประเทศอิตาลี หรือประเทศในแถบยุโรป ด้วยคุณสมบัติขององุ่นขาวสายพันธุ์ปิโนต์ กริจิโอที่จะให้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวาน และความสดชื่นของแอปเปิ้ล ลูกพีช แคนตาลูป ลูกแพร์ และเมลอน รวมถึงผลไม้ตระกูลซิตรัส และยังให้บอดี้ระดับเบาถึงระดับปานกลาง มีสารแทนนินต่ำ หรือไม่มีเลย มีทั้งรสหวาน และเปรี้ยว จึงทำให้ไวน์ขาวที่ผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ปิโนต์ กริจิโอนั้นมีความฟรุ๊ตตี้ หอมหวาน และมีความอมเปรี้ยว สามารถดื่มได้ง่าย ดื่มได้ทั้งแบบเพียวๆ หรือจะดื่มแบบจับคู่กับอาหารต่างๆ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งไวน์ขาวรุ่นยอดนิยมของนักดื่มที่ผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ปิโนต์ กริจิโอ คือ Robert Mondavi Pinot Grigio ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่น ดังนี้

2.1.1 Robert Mondavi Pinot Grigio

Robert Mondavi Pinot Grigio เป็นไวน์ขาวที่ผลิตขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และผลิตภายใต้แบรนด์ Robert Mondavi ที่เป็นโรงผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่ง Napa Valley โดย Robert Mondavi Pinot Grigio เป็นไวน์ขาวผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ปิโนต์ กริจิโอ ที่เพาะปลูกในพื้นที่ที่มีภูมิประเทศที่ติดชายทะเล และมีลมทะเลที่พัดผ่านมาเบา ๆ ส่งผลให้ผลองุ่นในไร่ผ่านการสุกงอมอย่างช้าๆ ทำให้คุณภาพขององุ่นทุกสายพันธุ์ รวมถึงถึงสายพันธุ์ Pinot Grigio นั้นมีคุณภาพที่เหมาะสมต่อการนำมาผลิตเป็นไวน์ขาว และก่อนจะจำมาหมักบ่มนั้นองุ่นขาวสายพันธุ์ปิโนต์ กริจิโอจะต้องผ่านการเก็บเกี่ยวในช่วงเวลา และฤดูที่เหมาะสม แล้วจึงค่อยนำมาคัดเลือกผลองุ่นที่ดี่ที่สุดอีกครั้ง ก่อนจะนำมาผ่านการหมักบ่มอย่างพิถีพิถันด้วยเทคนิคเฉพาะของแบรนด์ Robert Mondavi ที่เป็นหนึ่งในโรงผลิตไวน์ที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งในโลก ทำให้ Robert Mondavi Pinot Grigio มีระดับแอลกอฮอล์อยู่ที่ประมาณ 13-13.5% มีรสชาติ และกลิ่นที่มีความหอมหวานขององุ่นขาว มีความฟรุ๊ตตี้ของลูกแพร์ แอปเปิ้ล เมลอน ลูกพีช และแคนตาลูป และมีความสดชื่นจากผลไม้ตระกูลซิตรัส ทำให้ภาพรวมของรสชาติ และกลิ่นนั้นมีความหอมสดชื่น ไม่หวานเกินไป และไม่เปรี้ยวเกินไป มีรสสัมผัสที่มีความนุ่มละมุน และค่อนข้าง Dry ทำให้ Robert Mondavi Pinot Grigio เป็นไวน์ขาวที่สามารถดื่มได้ง่าย หยิบมาดื่มได้ทุกโอกาส ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนอยากได้ไวน์ขาวที่ดื่มง่ายๆ หรือดื่มได้แบบเพลินๆ ต้องห้ามพลาดที่จะลิ้มลอง Robert Mondavi Pinot Grigio ให้ได้สักครั้ง

 

> ดูสินค้าไวน์ Robert Mondavi Pinot Grigio เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.2 โซวีญง บลองก์ (Sauvignon Blanc)

ไวน์ขาว

โซวีญง บลองก์ (Sauvignon Blanc) เป็นอีกสายพันธุ์องุ่นที่นักดื่มหลายๆ คนน่าจะได้ยินกันอยู่บ่อยๆ เพราะเป็นองุ่นขาวอีกสายพันธุ์ที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมหลักในการทำไวน์ขาว โดยองุ่นขาวสายพันธุ์โซวีญง บลองก์นั้นเป็นองุ่นขาวที่มาจากเมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส และเป็นองุ่นสายพันธุ์ต้นกำเนิดขององุ่นแดงอย่าง Cabernet Sauvignon นอกจากนั้นยังนิยมปลูกในประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งองุ่นขาวสายพันธุ์โซวีญง บลองก์นั้นมีลักษณะเป็นลูกทรงกลม มีขนาดกลาง ผลมีสีเขียวอ่อนค่อนข้างไปทางเขียวสว่าง และมีเปลือกที่ค่อนข้างหนา และเวลาที่นำมาหมักบ่มนั้นจะให้บอดี้ที่บางเบาไปจนถึงปานกลาง มีสารแทนนินต่ำ หรือไม่มีเลย และมีรสชาติกับกลิ่นที่ค่อนข้างเปรี้ยวคล้ายกับเสาวรส กีวี และเกรปฟรุ๊ต ทำให้ภาพรวมของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของไวน์ขาวที่ผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์โซวีญง บลองก์นั้นจะมีความสดชื่น และความเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ สามารถดื่มได้ง่าย ดื่มได้อย่างเพลิดเพลิน ไม่เลี่ยนจนเกินไป สามารถดื่มได้ทั้งแบบเพียวๆ หรือจะนำไปดื่มคู่กับอาหารต่างๆ ก็จะช่วยเสริมให้รสชาติของไวน์ขาว และอาหารนั้นมีความกลมกล่อมมากขึ้น ซึ่งไวน์ขาวรุ่นยอดนิยมของนักดื่มที่ผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์โซวีญง บลองก์ คือ Cloudy Bay Sauvignon Blanc ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่น ดังนี้

2.2.1 Cloudy Bay Sauvignon Blanc

Cloudy Bay Sauvignon Blanc เป็นไวน์ขาวที่ผลิตขึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ และผลิตมาจากองุ่นขาวสายพันธุ์โซวีญง บลองก์ ที่เป็นองุ่นพันธุ์พื้นเมืองที่ผ่านการเพาะปลูกมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ผลองุ่นที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดต่อการนำมาผลิตไวน์ขาวอย่าง Cloudy Bay Sauvignon Blanc โดยองุ่นขาวที่นำมาผลิต Cloudy Bay Sauvignon Blanc นั้นจะต้องผ่านการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน และจะเลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะผลที่มีความสุกกำลังพอดีเท่านั้น แล้วจึงนำไปเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำตามที่แบรนด์กำหนดเป็นเวลาประมาณ 48-72 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงนำไปเข้าสู่กระบวนการหมักบ่มอย่างพิถีพิถัน ด้วยการหมักบ่มในถังโอ๊คพิเศษเป็นระยะเวลานานจนกว่าจะได้ Cloudy Bay Sauvignon Blanc ที่มีรสชาติหอมหวานขององุ่นอย่างชัดเจน ที่มีการผสมผสานกับความเปรี้ยวเล็กน้อยจากผลไม้ตระกูลซิตรัส มะนาว และส้มหวาน และในส่วนของกลิ่นนั้นก็จะมีกลิ่นของผลไม้ตระกูลซิตรัส ส้มหวาน เสาวรส มะกรูด และเกรปฟรุ๊ตด้วย ทำให้เวลาดื่มนั้นนักดื่มจะสามารถสัมผัสได้ถึงความหวานอมเปรี้ยวที่เข้ากันอย่างลงตัว และทำให้รู้สึกสดชื่น ดื่มได้อย่างเพลิดเพลินแบบไม่มีเบื่อ เหมาะกับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นผักสลัด เนื้อปลา หรืออาหารทะเล และยังเหมาะกับการนำมาดื่มในวันพักผ่อนแบบสบายๆ มื้ออาหารสุดพิเศษ หรือปาร์ตี้แบบชิลๆ ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนที่ชื่นชอบการดื่มไวน์ที่มีความสดชื่นเป็นพิเศษ ต้องห้ามพลาดที่จะซื้อ Cloudy Bay Sauvignon Blanc ติดตู้ที่บ้านไว้ให้ได้สักขวด

 

> ดูสินค้าไวน์ Cloudy Bay Sauvignon Blanc เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.3 ชาดอนเนย์ (Chardonay)

ไวน์ขาว

ชาดอนเนย์ (Chardonay) เป็นสายพันธุ์ขององุ่นขาวที่นักดื่มน่าจะคุ้นเคย และได้ยินชื่อนี้กันมากที่สุด เพราะว่าเป็นสายพันธุ์องุ่นขาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีแห่งองุ่นขาว หลายๆ แบรนด์นิยมนำมาผลิตเป็นไวน์ขาว และนิยมนำไปผลิตแชมเปญ Blanc de Blacns โดยองุ่นขาวสายพันธุ์ชาดอนเนย์นั้นเป็นองุ่นที่เกิดมาจากการผสมระหว่างองุ่นแดง และองุ่นขาว 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Pinot Noir, สายพันธุ์ Pinot Blanc และสายพันธุ์ Gouais Blanc ที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส แต่นิยมปลูกทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศชิลี และประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งองุ่นขาวชาดอนเนย์นั้นจะมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมขนาดเล็ก และมีสีเขียวอ่อนค่อนข้างไปทางสีเขียวสว่าง และเวลาที่นำมาหมักบ่มนั้นจะให้บอดี้ปานกลางไปจนถึง Full Body มีสารแทนนินต่ำ หรือไม่มีเลย และมีรสชาติกับกลิ่นที่ค่อนข้างเปรี้ยวอมหวานที่จะมีทั้งรสชาติ และกลิ่นของแอปเปิ้ล สับปะรด วานิลลา และเนย ซึ่งส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นองุ่นขาวสายพันธุ์ชาดอนเนย์มักจะนิยมนำไปผลิตไวน์โลกใหม่ (New Worlrd Wine) ที่ผลิตในประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย หรือประเทศแคนาดา แต่ความจริงนั้นองุ่นขาวสายพันธุ์ชาดอนเนย์ก็ยังคงเป็นที่นิยมในการนำไปผลิตไวน์โลกเก่า (Old World Wine) เช่นกัน เพราะเป็นองุ่นที่สามารถให้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่หลากหลายตามพื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูก และถังโอ๊คที่ใช้ในการหมักบ่มด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้องุ่นขาวสายพันธุ์ชาดอนเนย์นั้นเป็นราชินีแห่งองุ่นขาวนั่นเอง ซึ่งไวน์ขาวรุ่นยอดนิยมของนักดื่มที่ผลิตมาจากองุ่นขาวสายพันธุ์ชาดอนเนย์ คือ Robert Mondavi Chardonnay ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่น ดังนี้

2.3.1 Robert Mondavi Chardonnay

Robert Mondavi Chardonnay เป็นไวน์ขาวที่ผลิตขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา และผลิตภายใต้แบรนด์คุณภาพอย่าง Robert Mondavi ที่เป็นโรงผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพไวน์ที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก โดย Robert Mondavi Chardonnay ผลิตมาจากองุ่นขาวเพียงสายพันธุ์เดียวแบบ 100% นั่นก็คือ สายพันธุ์ ชาดอนเนย์ (Chardonnay) ราชินีแห่งองุ่นขาวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่หลากหลาย ซึ่งองุ่นขาวสายพันธุ์ชาดอนเนย์ที่นำมาผลิต Robert Mondavi Chardonnay นั้นจะต้องผ่านการเพาะปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม และได้รับการดูแลที่ตรงตามมาตรฐานของทางแบรนด์ เพื่อให้ได้องุ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการนำมาหมักบ่มให้ได้ไวน์ขาวสุดพรีเมียมอย่าง Robert Mondavi Chardonnay และเมื่อได้ทำการเก็บเกี่ยวองุ่นขาวแล้ว ก็จะนำมาคัดเลือกอีกครั้ง ก่อนนำไปหมักบ่มในถังโอ๊คพิเศษตามเทคนิคเฉพาะของทางแบรนด์ เพื่อให้ได้ Robert Mondavi Chardonnay ที่มีกลิ่นของความหอมหวานจากแอปเปิ้ล สับปะรด และลูกแพร์ และตามมาด้วยความหอมกรุ่นจากไม้โอ๊ค ปิดท้ายด้วยความหอมสดชื่นที่เจือจองความฉุนเล็กน้อยจากเครื่องเทศนานาชนิด และในส่วนของรสชาตินั้นก็จะมีความหอมหวานจากขนมหวานอย่างแครมบรูว์เล วานิลลา และเนย มีรสสัมผัสที่มีความนุ่มละมุน เนื้อเนียนละเอียด สามารถสัมผัสถึงรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ภาพรวมของ Robert Mondavi Chardonnay นั้นจะมีความหอมหวานแบบฟรุ๊ตตี้ และความหอมหวานละมุนอย่างชัดเจน แต่ยังมีการตัดความเปรี้ยว และเผ็ดปลายๆ ลิ้นเล็กน้อย เพื่อช่วยให้นักดื่มดื่มได้อย่างเพลิดเพลิน และไม่เลี่ยนจนเกินไป เหมาะสำหรับการดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อปลา รวมถึงอาหารทะเลต่างๆ และอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นผัก รวมถึงยังเหมาะกับการนำไปดื่มเฉลิมฉลองเนื้องในโอกาสพิเศษต่างๆ ดื่มในมื้ออาหารสุดหรู หรือดื่มในวันที่ต้องการพักผ่อนแบบสบายๆ ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนที่ชื่นชอบไวน์ขาวที่มีความหอมหวานเป็นพิเศษที่มาพร้อมกับความเปรี้ยว และความสดชื่นเล็กน้อย การเลือกดื่ม Robert Mondavi Chardonnay ก็ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว

 

>ดูสินค้าไวน์ Robert Mondavi Chardonnay เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.4 มอสคาโต้ (Moscato)

ไวน์ขาว

มอสคาโต้ (Moscato) หรือที่หลายๆ คนอาจจะรู้จักกันในชื่อของ Mascat (มุสกัต) โดยองุ่นสายพันธุ์มอสคาโต้นั้นมีให้เรียกหลากหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น Moscato, Muscatel หรือ Muscat ที่ล้วนแต่เป็นชื่อเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่ Moscato เป็นภาษาอิตาลี และ Muscatel เป็นภาษาสเปนนั่นเอง โดยองุ่นขาวสายพันธุ์มอสคาโต้นั้นเป็นสายพันธุ์ขององุ่นที่มีมากถึง 4 แบบ ได้แก่ 

  1. Moscato หรือ Muscat Ottonel เป็นองุ่นสายพันธุ์มอสคาโต้ที่มีผลเป็นสีเขียวอ่อน และเป็นสายพันธุ์ที่นิยมนำไปทำไวน์ขาว 
  2. Moscato Giallo เป็นองุ่นสายพันธุ์มอสคาโต้ที่มีผลเป็นสีเหลือง 
  3. Moscato rosa del Trentino เป็นองุ่นสายพันธุ์มอสคาโต้ที่มีผลเป็นสีชมพู 
  4. Muscat Hamburg เป็นองุ่นสายพันธุ์มอสคาโต้ที่มีผลเป็นสีม่วง 

 

ซึ่งองุ่นสายพันธ์มอสคาโต้นั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี และนิยมปลูกทั้งในประเทศสเปน ประเทศโปรตุเกส และประเทศในแถบยุโรป และองุ่นขาวสายพันธุ์มอสคาโต้นั้นจะมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมขนาดกลาง มีสีเขียวอ่อนค่อนไปทางเขียวเข้ม และเวลานำมาหมักบ่มนั้นจะมีจุดเด่นอยู่ตรงที่ให้ความหอมหวานที่แตกต่างจากองุ่นขาวสายพันธุ์อื่นๆ และเป็นความหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยก็ว่าได้ รวมถึยังมีรสสัมผัสที่มีความนุ่มละมุนเป็นพิเศษ มีบอดี้ที่บางเบาไปจนถึงปานกลาง และมีสารแทนนินต่ำ หรือไม่มีเลย จึงทำให้องุ่นขาวสายพันธุ์มอสคาโต้นั้นได้รับความนิยมในการนำไปหมักบ่มไวน์ขาวที่ต้องการความหอมหวานเป็นพิเศษ และก็ยังนิยมนำไปผลิตเป็นสปาร์คกลิ้งไวน์อีกด้วย เพราะว่าให้ระดับมีปริมาณแอลกอฮอล์ค่อนข้างน้อย มีความหอมหวานอย่างโดดเด่น และมีความสดชื่นภายในตัวด้วยนั่นเอง ซึ่งสปาร์คกลิ้งไวน์รุ่นยอดนิยมของนักดื่มที่ผลิตมาจากองุ่นขาวสายพันธุ์มอสคาโต้ คือ Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่น ดังนี้

 

2.4.1 Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore

Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore เป็นสปาร์คกลิ้งไวน์ชั้นดีที่ผลิตขึ้นในประเทศอิตาลี และผลิตภายใต้โรงผลิต Bottega S.p.A ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงผลิตไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี เพราะว่าไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ถูกผลิตออกมาจากโรงผลิตแห่งนี้นั้นจะมีรสชาติ และกลิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะ Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore ที่เป็นสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ผลิตมาจากองุ่นขาวสายพันธุ์มอสคาโต้ ที่ผ่านกระบวนการผลิตมาอย่างพิถีพิถันที่มีการปลูกดอกกุหลาบในบริเวณที่ปลูกองุ่นขาวสายพันธุ์มอสคาโต้ พร้อมกับการผ่านการเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม และมีการคัดเลือกก่อนนำมาหมักบ่มด้วยเทคนิคเฉพาะของทาง Bottega S.p.A เพื่อให้ได้ Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหรูหรา และพรีเมียมเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเปิดมาด้วยกลิ่นของกุหลาบที่ถือว่าเป็น Signature ของ Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore ที่สปาร์คกลิ้งไวน์รุ่นอื่นๆ หรือแบรนด์อื่นๆ ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ มาพร้อมกับกลิ่นหอมของผลไม้อีกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่ เลมอน สับปะรด ส้ม ลูกพีช หรือลูกแพร์ แถมยังมีรสสัมผัสที่มีความนุ่มละมุน รสชาติไม่หวานเลี่ยน ดื่มง่าย ทำให้นักดื่มสามารถดื่ม Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore ได้แบบเพียวๆ เพราะมีรสชาติที่ดื่มง่าย ไม่ว่าจะนักดื่มตัวยง หรือนักดื่มมือใหม่ก็ดื่มได้แบบสบายๆ เหมาะกับนำไปดื่มปิดท้ายมื้อาหาร หรือจะนำไปจับคู่ดื่มกับขนมหวาน เช่น เค้ก ทาร์ตผลไม้ พายผลไม้ หรือเบเกอรี่อื่นๆ ก็จะช่วยให้นักดื่มสามารถสัมผัสรสชาติที่มีความหอมหวานละมุนเพิ่มมากยิ่งขึ้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนอยากจะหาสปาร์คกลิ้งไวน์เป็นของขวัญ หรือเอาไว้จิบเล่น Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore ก็ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

 

>ดูสินค้าไวน์ Bottega Petalo Moscato Il Vino Dell’Amore เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

2.5 โปรเซคโก้ (Prosecco)

ไวน์ขาว

โปรเซคโก้ (Prosecco) เป็นสายพันธุ์ขององุ่นขาวที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองเวเนโต ประเทศอิตาลี ที่นักดื่มหลายๆ คนอาจจะรู้จักกันในชื่อของโปรเซคโก้ ที่เป็นสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากนักดื่มทั่วโลก เพราะว่าองุ่นขาวสายพันธุ์โปรเซคโก้นั้นถูกนำชื่อไปใช้ในการเรียกเครื่องดื่มอย่างสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์โปรเซคโก้เพียงสายพันธุ์เดียวนั่นเอง โดยองุ่นขาวสายพันธุ์โปรเซคโก้นั้นเป็นองุ่นขาวที่มีลักษณะเหมาะสมต่อการนำมาผลิตไวน์ขาว หรือสปาร์คกลิ้งไวน์เป็นอย่างมาก เพราะว่าหลังจากที่นำองุ่นขาวสายพันธุ์โปรเซคโก้ไปผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันนั้นทำให้ได้ไวน์ขาว หรือสปาร์คกลิ้งไวน์ที่มีคุณภาพทั้งในเรื่องของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวาน หรูหรา และพรีเมียมที่เป็นเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ซึ่งสปาร์คกลิ้งไวน์ หรือไวน์ขาวที่ใช้องุ่นสายพันธ์ุนี้ในการผลิตนั้นมักจะมีลักษณะที่คล้ายกัน คือ มีรสชาติหวานหอม และมีกลิ่นหอมของผลไม้ และมีฟองอากาศเล็กน้อย ที่ถือว่าเป็นลักษณะที่สามารถช่วยให้นักดื่มสามารถสัมผัสถึงรายละเอียดต่างๆ ของเครื่องดื่มชนิดนั้นๆ ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และสปาร์คกลิ้งไวน์รุ่นยอดนิยมของนักดื่มที่ผลิตมาจากองุ่นขาวสายพันธุ์มอสคาโต้ คือ Bottega Prosecco Gold Brut ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่น ดังนี้

2.5.1 Bottega Prosecco Gold Brut

Bottega Prosecco Gold Brut เป็นสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ผลิตขึ้นที่โรงผลิต Bottega ประเทศอิตาลี โดย Bottega Prosecco Gold Brut นั้นเป็นเครื่องดื่มอีกรุ่นหนึ่งของโรงผลิต Bottega ที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักดื่มเป็นอย่างมาก เพราะเป็นผลงานชิ้นเอกที่มาจากการสืบทอดโรงผลิตมามากถึง 3 รุ่น และในแต่ละรุ่นนั้นก็มีการปรับปรุง และพัฒนาในด้านต่างๆ ของการผลิต Bottega Prosecco Gold Brut จนได้ Bottega Prosecco Gold Brut ที่มีรสชาติ รสัมผัส และกลิ่นที่มีความพรีเมียมที่นักดื่มได้ลิ้มลองกันในปัจจุบัน โดย Bottega Prosecco Gold Brut ผลิตมาจากองุ่นขาวเพียงสายพันธุ์เดียว นั่นก็คือ สายพันธุ์โปรเซคโก้ (Prosecco) ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของสปาร์คกลิ้งไวน์รุ่นนี้ เพราะสปาร์คกลิ้งไวน์รุ่นอื่นๆ นั้นจะมีการผสมผสานองุ่นเข้าด้วยกันหลากหลายสายพันธุ์ ทำให้ Bottega Prosecco Gold Brut นั้นมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวานกำลังดีผสมผสานกับความเปรี้ยวแบบจางๆ จากลูกแพร์ แอปเปิ้ลเขียว เลมอน และเกรปฟรุ๊ต และมีฟองอากาศเล็กน้อย ทำให้เวลาดื่มจะรู้สึกได้ถึงความสดชื่น และสามารถสัมผัสถึงรายละเอียดต่างๆ ของ Bottega Prosecco Gold Brut ได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการนำมาดื่มคู่กับอาหารกินเล่น ขนม อาหารทะเล อาหารที่ผ่านการย่าง หรืออาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เป็นต้น หรือถ้าหากนักดื่มคนไหนอยากจะดื่มเพียวๆ ก็สามารถดื่มได้ เพราะมีรสชาติที่ดื่มง่าย นุ่ม ละมุน และลื่นคอเป็นอย่างมาก รวมถึงยังมีระดับปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 11% ทำให้นักดื่มมีรสชาติที่กำลังพอดี ไม่แรงเกินไป และไม่เบาเกินไป เหมาะกับนักดื่มที่กำลังเริ่มดื่มสปาร์คกลิ้งไวน์ หรือนักดื่มตัวยงเป็นอย่างมาก ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนที่กำลังมองหาสปาร์คกลิ้งไวน์ไว้ดื่มเล่นแบบเพลินๆ ทั้งในวันพักผ่อนแบบสบายๆ หรือมื้ออาหารแบบชิลๆ ต้องห้ามพลาดที่จะซื้อ Bottega Prosecco Gold Brut ติดตู้ที่บ้านไว้สักขวด

 

> ดูสินค้าไวน์ Bottega Prosecco Gold Brut เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย