แชมเปญ Top 10
Uncategorized

แนะนำ TOP 10 แชมเปญ ยี่ห้อไหนดี? ที่เหมาะกับการดื่มเฉลิมฉลองในทุกโอกาส

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

แชมเปญ” เป็นอีกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่สามารถดื่มได้ง่าย และมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งนักดื่มมือใหม่ และนักดื่มตัวยง ดังนั้น ในบทความนี้จึงจะมาแนะนำ Top 10 แชมเปญยี่ห้อไหนดี ที่สามารถตอบโจทย์สายดื่มที่กำลังมองหาแชมเปญ ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความพรีเมียม และสามารถหยิบมาดื่มเฉลิมฉลองได้ในทุกโอกาส โดยจะมีแชมเปญรุ่นไหนบ้าง ไปติดตามกันได้เลย!

1. ประวัติความเป็นมาของแชมเปญ มีต้นกำเนิดมาจากไหน?

แชมเปญ (Champagne) เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่นักดื่มทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยคำว่า “แชมเปญ” เป็นชื่อเรียกในภาษาอังกฤษ และคำว่า “ช็องปาญ” เป็นชื่อเรียกในภาษาฝรั่งเศส และเป็นคำที่ใช้เรียกเครื่องดื่มไวน์ชนิดมีฟอง ที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นช็องปาญ เมืองไรมส์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพื้นที่ที่เป็นต้นกำเนิดนั้นเป็นแหล่งเพาะปลูกองุ่นที่อยู่ทางด้านเหนือของประเทศฝรั่งเศส และขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกองุ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง และแชมเปญก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1676 จากการที่พระในนิกายเบเนดิกทีนนั้นได้ทำการริเริ่มผสมน้ำองุ่นจากองุ่น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Chardonnay, สายพันธุ์ Pinot Noir และสายพันธุ์ Pinot Meunier พร้อมกับเติมน้ำตาลอ้อย และนำมาหมักบ่มในขวดแก้ว และปิดขวดด้วยจุกไม้ก็อก เพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาที่จะช่วยเพิ่มความหอมหวาน มีฟอง และมีสัมผัสที่นุ่มละมุน หลังจากทำการหมักบ่มในระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ ก็ได้ทำการเปิดมาลิ้มลอง และก็ได้พบกับผลงานชิ้นเอก จนเกิดวลีที่ว่า “Come quickly, I am tasting the stars!” ทำให้ในภายหลังนั้นแชมเปญได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะ และเป็นเครื่องดื่มของชนชั้นสูงในช่วงสมัยนั้น เพราะว่ามีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความพรีเมียม และหรูหรา รวมถึงมีราคาแพง และหลังจากนั้นก็ได้มีการผลิตแชมเปญกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น จึงทำให้สามัญชนทั่วไปนั้นสามารถเข้าถึงแชมเปญได้ง่าย และกลายเป็นเครื่องดื่มที่นิยมของสายดื่มตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

2. แชมเปญมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

แชมเปญ Top 10

สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างแชมเปญนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 9 ประเภท โดยแต่ละประเภทนั้นก็จะมีรายละเอียดต่างๆ ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสายพันธุ์องุ่นที่ใช้ในการผลิต สีสัน ปริมาณแอลกอฮอล์ รสชาติ หรือรสสัมผัส เป็นต้น ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะพานักดื่มไปดูกันว่าแชมเปญแต่ละประเภทนั้นมีรายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง ดังนี้

2.1 Blanc de Blancs

Blanc de Blancs เป็นประเภทของแชมเปญที่คำว่า Blanc de Blancs นั้นมาจากคำว่า Blancs ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า สีขาว เพราะว่าในการผลิตแชมเปญจะใช้องุ่นขาว 100% และส่วนใหญ่มักจะใช้สายพันธุ์ Chardonnay แต่อาจจะมีการผสมกับองุ่นขาวสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อเพิ่มความแตกต่างให้กับแชมเปญด้วย เช่น สายพันธุ์ Pinot Blanc เป็นต้น และในส่วนของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของแชมเปญ Blanc de Blancs ที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนนั้นก็จะมีความสดชื่น เปรี้ยวอมหวาน และมีความหอมหวานจากน้ำผึ้ง และวานิลลา 

2.2 Blanc de noirs

Blanc de noirs เป็นประเภทของแชมเปญที่คำว่า Blanc de noirs นั้นมาจากคำว่า Noirs ในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า สีดำ เพราะว่าในการผลิตแชมเปญจะใช้องุ่นดำ หรือองุ่นแดง เช่น สายพันธุ์ Pinot Noir และสายพันธุ์ Pinot Meunier แต่ว่าแชมเปญที่ได้นั้นจะเป็นสีขาว เพราะว่าในการหมักบ่มจะทำหลีกเลี่ยงไม่ให้เม็ดสีถูกบีบจนแตก และในบางครั้งก็จะมีการผสมกับองุ่นสายพันธุ์ Chardonnay ด้วย ทำให้ได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวาน นุ่ม ละมุน รวมถึงมีรสชาติ และกลิ่นจากดอกไม้ และสมุนไพรนานาชนิดอีกด้วย

2.3 Vintage Champagne

Vintage Champagne เป็นประเภทของแชมเปญที่จะผลิตมาจากองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีการเก็บเกี่ยวภายในปีเดียวกัน และจะไม่มีการนำองุ่นในปีอื่นๆ มาผสม และจะต้องใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป เพื่อให้ได้วินเทจแชมเปญที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีกลิ่นอายความเป็นวินเทจ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

2.4 Non-vintage Champagne

Non-vintage Champagne เป็นประเภทของแชมเปญที่ตรงข้ามกันกับ Vintage Champagne เพราะว่าเป็นแชมเปญที่ผลิตมาจากองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ และจะนำมาเบลนด์เขาด้วยกัน เพื่อให้ได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ และใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มประมาณ 1-2 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะมีการนอนขวดทิ้งไว้ประมาณ 3 ปี แล้วจึงค่อยวางออกจำหน่ายให้นักดื่มได้ลิ้มลอง

2.5 Cuvee de Prestige

Cuvee de Prestige เป็นประเภทของแชมเปญที่ผลิตมาจากน้ำองุ่นแรก หรือที่เรียกว่า Cuvee ด้วยนำองุ่นที่ผ่านการเก็บเกี่ยวมาเข้าสู่กระบวนการหมักบ่มอย่างรวดเร็วมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสารอื่นๆ ที่มีรสฝาดปนเปื้อนลงให้น้ำองุ่นแรก ที่จะมีความหอมหวาน และมีคุณภาพที่ดีที่สุด ซึ่งนักดื่มสามารถสังเกตได้ว่าแชมเปญชวดนั้นเป็น Cuvee หรือไม่ ด้วยการดูจากฉลากของผลิตภัณฑ์ที่จะเขียนไว้ว่า “Grand Cuvee”

2.6 Rose Champagne

Rose Champagne เป็นประเภทของแชมเปญที่จะมีสีชมพูสดใส ด้วยการนำองุ่นสายพันธุ์ Pinot Noir และสายพันธุ์ Pinot Meunier ผสมผสานเข้าด้วยกัน แต่ในบางแหล่งผลิตจะเป็นการนำเปลือกองุ่นแดงไปแช่ลงในน้ำองุ่นสีขาวใสในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อให้น้ำองุ่นมีสีชมพูอ่อน หรือที่เรียกว่าวิธี saignee ทำให้ได้ Rose Champagne ที่มีความหอมหวาน และฝาดกำลังดี นุ่ม ละมุน ดื่มง่าย ไม่ฝืดคอ

2.7 Brut Champagne

Brut Champagne เป็นประเภทของแชมเปญที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยคำว่า Brut เป็นภาษาฝรั่งเศสที่นำมาแปลเป็นภาษาไวน์นั้นจะแปลว่า Dry ซึ่งแชมเปญประเภทนี้จะเป็นแชมเปญที่มีความหอมหวานน้อยมาก เพราะเทียบกับปริมาณน้ำตาลแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 6- 12 กรัมต่อลิตรเท่านั้น จึงเหมาะกับนักดื่มที่ชื่นชอบแชมเปญที่มีความหวานเล็กน้อย

2.8 Extra Brut Champagne

Extra Brut Champagne เป็นประเภทของแชมเปญที่เหมือนกับ Brut Champagne แต่จะแตกต่างกันตรงที่แชมเปญประเภทนี้จะมีปริมณน้ำตาลอยู่ที่ประมาณ 3-6 กรัมต่อลิตรเท่านั้น ทำให้มีความหอมหวานน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย รวมถึงจะมีความฝาด และมีความแห้งมากกว่าด้วย จึงเหมาะกับนักดื่มที่ชื่นชอบแชมเปญที่ไม่มีความหวาน หรือนักดื่มที่เป็นสายแชมเปญของแท้

2.9 Special Cuvee

Special Cuvee เป็นประเภทของแชมเปญที่จะมีการผลิตมาจากองุ่นดำ และองุ่นแดง เพื่อให้ได้แชมเปญที่มีสีเหลืองทองสวย และจะมีเอกลักษณ์ตรงที่จะมีความหอมหวานของสายพันธุ์องุ่นที่ใช้ชัดเจนมาก รวมถึงยังมีความหอมหวานจากผลไม้นานาชนิด และเครื่องเทศต่างๆ อยู่ด้วย จึงเป็นแชมเปญอีกประเภทหนึ่งที่มีความดื่มง่าย หอมหวาน นุ่ม ละมุน เหมาะกับนักดื่มมือใหม่เป็นอย่างมาก

3. TOP 10 แชมเปญยี่ห้อไหนดี? ครบเครื่อง ครบรส ดื่มได้ในทุกโอกาสเฉลิมฉลอง

หลังจากทำความรู้จักกับแชมเปญกันไปแล้วว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหน และมีประเภทอะไรบ้าง ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะมาแนะนำ 10 แชมเปญยี่ห้อไหนดี ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นแบบครบเครื่อง ครบรส และสามารถหยิบมาดื่มได้ในทุกโอกาสเฉลิมฉลอง เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้กับสายดื่มแชมเปญตัวจริงที่ไม่อยากพลาดไอเทมเด็ด โดย Top 10 แชมเปญที่นักดื่มต้องห้ามพลาด มีดังนี้

3.1 Moet & Chandon Brut Imperial

แชมเปญ Top 10

Moet & Chandon Brut Imperial เป็นแชมเปญที่ผลิตภายใต้แบรนด์ Moet & Chardon ในแคว้นช็องปาญ ประเทศฝรั่งเศส และถือว่าเป็นรุ่น Signature ของทางแบรนด์ที่นักดื่มตัวจริงต้องห้ามพลาด โดย Moet & Chandon Brut Imperial นั้นผลิตมาจากองุ่น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Pinot Noir, สายพันธุ์ Pinot Meunier และสายพันธุ์ Chardonnay ที่ผ่านกระบวนการผลิตมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยการหมักบ่มที่เป็นเทคนิคเฉพาะของทางแบรนด์ Moet & Chandon เท่านั้น ทำให้ Moet & Chandon Brut Imperial มีสีเหลืองสว่างประกายเขียวเล็กน้อย มีปริมาณแอลกอฮอล์มากถึง 12% มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่เปิดมาด้วยความหอมหวานขององุ่นทั้ง 3 สายพันธุ์ ตามมาด้วยความหอมสดชื่นจากแอปเปิ้ลเขียว และผลไม้ตระกูลซิตรัส เช่น เลมอน และส้ม ผสมผสานกับความหอมละมุนจากดอกไม้สีขาว สอดแทรกกลิ่นไหม้ที่มาจากอัลมอนด์ และขนมปังปิ้ง และปิดด้วยความหอมหวานจากลูกแพร์ และลูกพีช ทำให้ Moet & Chandon Brut Imperial นั้นจะมีทั้งความหอมหวานที่ซ่อนเปรี้ยวเล็กน้อย ส่งผลให้เวลาที่นักดื่มดื่มเข้าไปนั้นจะสัมผัสได้ถึงความหอม หวาน ละมุน และความสดชื่นในเวลาเดียวกัน

 

ดูสินค้าแชมเปญ Moet & Chandon Brut Imperial เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.2 Moet & Chandon Rose Imperial

แชมเปญ Top 10

Moet & Chandon Rose Imperial เป็นแชมเปญอีกรุ่นที่มาจากแบรนด์ Moet & Chandon ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดย Moet & Chandon Rose Imperial ผลิตมาจากองุ่น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Pinot Noir, สายพันธุ์ Pinot Meunier และสายพันธุ์ Chardonnay ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นเทคนิคเฉพาะของทางแบรนด์ Moet & Chandon ทำให้ Moet & Chandon Rose Imperial มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวานจากผลไม้อย่างชัดเจน ผสมผสานกับความหอมละมุนจากดอกกุหลาบ และผลไม้ตระกูลเบอร์รีนานาชนิด เช่น สตรอเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และเชอร์รี ปิดท้ายด้วยความเผ็ด และหอมฉุนเล็กน้อยจากพริกไทย และเมนทอล ทำให้ภาพรวมของ Moet & Chandon Rose Imperial นั้นจะมีความหอมหวาน นุ่ม ละมุน สดชื่น และมีความครีมมี่มากกว่า Moet & Chandon Brut Imperial ส่งผลให้ดื่มง่าย ไม่หวานเลี่ยนเกินไป ไม่ฝืดคอ สามารถดื่มได้เรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน เหมาะกับนักดื่มที่ชื่นชอบแชมเปญที่มีความหอมหวานเป็นอย่างมาก

 

ดูสินค้าแชมเปญ Moet & Chandon Rose Imperial เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.3 Moet Ice Imperial

แชมเปญ Top 10

Moet & Chandon Ice Imperial เป็นแชมเปญที่มาจากแบรนด์ Moet & Chandon และผลิตมาจากองุ่น 3 สายพันธุ์เช่นกัน ได้แก่ สายพันธุ์ Pinot Noir, สายพันธุ์ Pinot Meunier และสายพันธุ์ Chardonnay โดย Moet & Chandon Ice Imperial นั้นจะมีจุดเด่นที่สามารถดื่มแบบใส่น้ำแข็งได้ เพราะว่า Moet & Chandon Ice Imperial นั้นถูกผลิตมาให้มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่เหมาะสมกับการดื่มใส่น้ำแข็ง แบบที่ไม่ต้องนำไปแช่เย็นก่อนดื่มเหมือนกับแชมเปญรุ่นอื่นๆ และในส่วนของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Moet & Chandon Ice Imperial นั้นจะมีความหอมหวานขององุ่นอย่างชัดเจน ผสมผสานกับผลไม้เมืองร้อนอย่างมะม่วง ปิดท้ายด้วยฝรั่ง และราสป์เบอร์รี ทำให้ Moet & Chandon Ice Imperial นั้นมีความฟรุ๊ตตี้ และหอมหวานเป็นพิเศษ และเมื่อนำไปดื่มใส่น้ำแข็งก็จะเจือจางออกมาเป็นรสชาติที่มีความหอม ละมุน และกลมกล่อมกำลังพอดี ที่ไม่ว่านักดื่มคนไหนได้สัมผัสก็จะต้องประทับใจอย่างแน่นอน 

 

ดูสินค้าแชมเปญ Moet Ice Imperial เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.4 Dom Perignon

แชมเปญ Top 10

Dom Perignon เป็นแชมเปญเก่าแก่อีกรุ่นหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ที่ผลิตภายใต้แบรนด์แชมเปญชื่อดังอย่าง Moet & Chardon ที่มีชื่อมาจากนักบวช คณะเบเนดิกติน ที่มีชื่อว่า “Dom Pierre Pérignon” ที่เป็นผู้บุกเบิกการผลิตไวน์ และแชมเปญ และเป็นที่มาของชื่อ Dom Perignon โดย Dom Perignon นั้นผลิตมาจากองุ่น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Chardonnay และสายพันธุ์ Pinot Noir ที่มักจะใช้อัตราส่วน 50:50 หรือ 60:40 และองุ่นที่นำมาผลิตนั้นจะต้องผ่านการเก็บเกี่ยวด้วยมือเท่านั้น และผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นเทคนิคเฉพาะของ Moet & Chardon ทำให้ Dom Perignon มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวานจากองุ่นอย่างชัดเจน ตามมาความฟรุ๊ตตี้จากผลไม้สุกนานาชนิด ผสมผสานกับความหอมจากกลิ่นขนมปังปิ้ง และปิดท้ายด้วยความหอมละมุนจากดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นต่างๆ ของ Dom Perignon นั้นนักดื่มจะไม่สามารถสัมผัสได้ทันที แต่ว่า Dom Perignon จะค่อยๆ ปล่อยออกมาทีละรายละเอียด เพื่อให้นักดื่มสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน และเต็มที่มากขึ้น รวมถึงยังทิ้งท้ายไว้ในปากอย่างยาวนานอีกด้วย

 

ดูสินค้าแชมเปญ Dom Perignon เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.5 Dom Perignon Rose

แชมเปญ Top 10

Dom Perignon Rose เป็นแชมเปญสัญชาติฝรั่งเศสอีกรุ่นจากแบรนด์ Moet & Chardon ที่มีความเก่าแก่ไม่แพ้กันกับ Dom Perignon โดย Dom Perignon Rose นั้นผลิตมาจากองุ่น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Chardonnay และสายพันธุ์ Pinot Noir ที่มีการเพาะปลูกมาเป็นอย่างดี พร้อมกับทำการเก็บเกี่ยวด้วยมือ และปล่อยให้องุ่นมีความสุกอย่างช้าๆ ที่ถือว่าเป็นอีกเทคนิคที่ทำให้ Dom Perignon Rose มีความพรีเมียม และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Dom Perignon Rose นั้นจะมีความหอมหวานของผลไม้นานาชนิดอย่างชัดเจน ตามมาด้วยความสดชื่นจากส้มที่มีความหอมหวานอมเปรี้ยว ปิดท้ายด้วยโกโก้ ชะเอมเทศ สมุนไพร และเครื่องเทศต่างๆ ทำให้เวลาที่นักดื่มดื่มนั้นจะสัมผัสได้ถึงความหอมหวาน นุ่ม ละมุน สดชื่น และเผ็ดปลายๆ อย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าเป็นแชมเปญอีกรุ่นที่มีความครบเครื่อง ครบรสที่นักดื่มตัวจริงต้องหามาลิ้มลองให้ได้สักครั้ง

 

ดูสินค้าแชมเปญ Dom Perignon Rose เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.6 Veuve Clicquot Brut

 

แชมเปญ Top 10

Veuve Clicquot Brut เป็นแชมเปญจากประเทศฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และผลิตภายใต้แบรนด์ Veuve Clicquot ที่มีผู้ก่อตั้ง และเจ้าของแบรนด์เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวของประเทศฝรั่งเศสในยุคสมัยนั้นที่สามารถประกอบธุรกิจได้ โดย Veuve Clicquot Brut ผลิตมาจากองุ่นทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Pinot Noir, สายพันธุ์ Chardonnay สายพันธุ์ Pinot Meunier ที่ผลิตภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “Only one quality, the finest” ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต พร้อมกับผ่านการหมักบ่มเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 เดือน เพื่อให้ได้ Veuve Clicquot Brut ที่มีรสชาติ รสสัมผัสที่มีความพรีเมียมไม่เหมือนใคร ที่มีทั้งความหอม และสดชื่นจากผลไม้ตระกูลซิตรัส ผสมผสานกับความหอมละมุนจากอัลมอนด์ บิสกิต และขนมปังบริยอช ปิดท้ายด้วยความหอมหวานฉ่ำแบบฟรุ๊ตตี้จากลูกพีช พลัมมิราเบลล์ และลูกแพร์ เจือจางด้วยความหอมอ่อนๆ จากเครื่องเทศจีน และวานิลลา ทำให้ภาพรวมของ Veuve Clicquot Brut นั้นมีความหอมหวาน นุ่ม ละมุน และเข้มข้นกำลังดี เหมาะกับนักดื่มที่ชื่นชอบแชมเปญที่มีความหอมหวานเป็นพิเศษ

 

ดูสินค้าแชมเปญ Veuve Clicquot Brut เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.7 Ruinart Blanc de Blancs

แชมเปญ Top 10

Ruinart Blanc de Blancs เป็นแชมเปญที่มาจากเมืองไรมส์ ที่ตั้งอยู่ในแคว้นช็องปาญ ประเทศฝรั่งเศส และเป็นแชมเปญเก่าแก่ที่นักดื่มหลายๆ คนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี โดย Ruinart Blanc de Blancs เป็นแชมเปญประเภท Blanc de Blancs ที่ผลิตมาจากองุ่นเพียงสายพันธุ์เดียว นั่นก็คือ สายพันธุ์ Chardonnay ที่ผ่านกระบวนการเพาะปลูก และเก็บเกี่ยวมาเป็นอย่างดี เพื่อนำมาหมักบ่ม พร้อมกับควบคุมอุณหภูมิเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี และค่อยนำไปเบลนด์กับไวน์วินเทจที่มีอายุประมาณ 2 ปี จนได้ Ruinart Blanc de Blancs ที่มีสีเหลืองทองสว่าง มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมละมุนจากน้ำผึ้ง ผสมผสานกับความหวานฉ่ำจากลูกพีช และความหอมจากดอกไม้สีชมพูอย่างซากุระ รวมถึงความหอมจากขนมปังบริยอช เฟรนช์โทสต์ และอัลมอนด์คั่ว ปิดท้ายด้วยเครื่องเทศ และสมุนไพรต่างๆ และเจือจางด้วยความเปรี้ยวจากผลไม้รสเปรี้ยวนานาชนิด ทำให้ภาพรวมของ Ruinart Blanc de Blancs นั้นมีความหอม หวาน นุ่ม ละมุน และสดชื่น ตามแบบฉบับของแชมเปญ Blanc de Blancs แถมยังมีฟองเนื้อเนียนละเอียดที่ช่วยให้นักดื่มสามารถสัมผัสถึงรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ดูสินค้าแชมเปญ Ruinart Blanc de Blancs เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.8 Armand de Brignac Brut 

แชมเปญ Top 10

Armand de Brignac Brut เป็นแชมเปญตัวท็อปอีกรุ่นหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดย Armand de Brignac Brut นั้นผลิตมาจากองุ่น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Chardonnay, สายพันธุ์ Pinot Noir และสายพันธุ์ Pinot Meunier ที่ในทุกกระบวนการผลิตนั้นจะใช้ทีมงานทั้งหมดเพียง 18 คนเท่านั้น และใช้เทคนิคในการหมักบ่ม และขั้นตอนต่างๆ จากเทคนิคอันเก่าแก่ของตระกูล Cattier ทำให้ Armand de Brignac Brut มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวานจากผลไม้อย่างชัดเจน เช่น ลูกพีช แอปริคอต เรดเบอร์รี และเชอร์รี ผสมผสานเข้ากันกับความสดชื่นจากผลไม้ตระกูลซิตรัส เลมอน และดอกส้ม ปิดท้ายด้วยความหอมละมุนจากวานิลลา น้ำผึ้ง และขนมปังบริยอช ทำให้ภาพรวมของ Armand de Brignac Brut มีความหอม หวาน ละมุน สดชื่น และเข้มข้น ดื่มง่าย ไม่ฝืดคอ ทิ้งท้ายไว้ในปากอย่างยาวนาน เหมาะกับนักดื่มที่อยากได้แชมเปญที่สามารถหยิบมาดื่มได้ในทุกโอกาส

 

ดูสินค้าแชมเปญ Armand de Brignac Brut เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.9 Louis Roedere Cristal

แชมเปญ Top 10

Louis Roedere Cristal เป็นแชมเปญที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการป้องกันการลอบสังหารผ่านทางเครื่องดื่มของจักพรรดิที่มีนามว่า Tsar Alexander II ที่มีความโปรดปรานในการดื่มแชมเปญเป็นพิเศษ ที่มีคำสั่งให้ผลิตแชมเปญขึ้นมาเฉพาะ จนเป็น Louis Roedere Cristal ที่ผลิตมาจากองุ่นทั้งหมด 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Chardonnay และสายพันธุ์ Pinot Noir ในอัตราส่วน 40:60 ที่ผ่านการหมักบ่ม และบ่มเอจเป็นระยะเวลานานมากถึง 6 ปี หลังจากนั้นก็จะมาผ่านกระบวนการตกตะกอนอีกเป็นเวลา 8 เดือน ทำให้ได้ Louis Roedere Cristal ที่มีสีเหลืองทองสวยงาม และมีประกายสีทองแวววาว มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมหวานของผลไม้นานาชนิด ผสมผสานกับความหอมละมุนของน้ำผึ้ง และวานิลลา ตามมาด้วยความหอมจากดอกไม้สีขาว พร้อมกับแฝงความเปรี้ยวจากผลไม้ตระกูลซิตรัส และปิดท้ายด้วยเฮเซลนัทคั่ว และอัลมอนด์คั่ว ทำให้ภาพรวมของ Louis Roedere Cristal มีความหอมหวาน ละมุน และความสดชื่นภายในจิบเดียว ส่งผลให้นักดื่มสามารถดื่มได้อย่างเพลิดพลินแบบไม่มีเลี่ยน เหมาะสำหรับนักดื่มที่ชื่นชอบการดื่มแชมเปญที่มีความหอมหวาน และออกแนวครีมมี่เป็นอย่างมาก

 

ดูสินค้าแชมเปญ Louis Roedere Cristal  เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.10 Louis Roedere Brut 

แชมเปญ Top 10

Louis Roedere Brut เป็นแชมเปญที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่แบรนด์ Louis Roedere ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่พื้นที่ทำการเกษตรของ Louis Roederer นั้นถูกทำลายไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้ไม่มีผลผลิตจากองุ่นมากเพียงพอต่อการผลิตแชมเปญ จึงได้ทำการอุดหนุนผลองุ่นจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกเช่นกัน และทำให้มีปริมฯผลองุ่นอย่างมหาศาล และได้ทำการออกแชมเปญรุ่นใหม่ออกมาอย่างมากมาย รวมถึง Louis Roedere Brut ที่ผลิตมาจากองุ่นทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Chardonnay, สายพันธุ์ Pinot Noir และสายพันธุ์ Pinot Meunier ผ่านกระบวนการหมักบ่มภายในถังโอ๊คประมาณ 3 ปี ภายในห้องใต้ดินของ Louis Roederer ที่มีการควบคุมอุณหภูมิเป็นพิเศษ และหลังจากนั้นก็นำมาเบลนด์กับส่วนผสมอื่นๆ ที่ใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือน จนได้ Louis Roedere Brut ที่มีสีเหลืองคล้ายกับสีฟาง มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความหอมของขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ตามมาด้วยความหอมสดชื่นจากผลไม้ตระกูลซิตรัส และปิดท้ายด้วยความหอมละมุนจากน้ำผึ้ง และดอกไม้สีขาว รวมถึงยังมีเนื้อสัมผัสที่มีความครีมมี่เหมือนกับเนื้อครีมที่ผ่านการตีมาเป็นอย่างดีจนมีเนื้อครีมที่เนียน นุ่ม และละเอียด ทำให้เวลาที่นักดื่มดื่มนั้นจะสัมผัสถึงความพรีเมียมได้ตั้งแต่หยดแรกจนหยดสุดท้าย และประทับใจแบบไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

 

> ดูสินค้าแชมเปญ Louis Roedere Brut  เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

4. ดูสินค้าแชมเปญรุ่นอื่นๆ ที่ Wine Daily BKK มีจำหน่ายได้ > ที่นี่